RSS

บทที่ 2

บทที่ 2
 
เอกสารที่เกี่ยวข้อง

                ในการจัดทำโครงงานคอมพิวเตอร์ การพัฒนาเว็บบล็อก (WebBlog) ด้วย WordPress
 เรื่องส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์ นี้  ผู้จัดทำโครงงานได้ศึกษาเอกสารและจากเว็บไซต์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้

                2.1  ความสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศและอินเทอร์เน็ต
                2.2  ข้อมูลเกี่ยวกับสื่อสังคม Social Media
                2.3  เว็บบล็อก (WebBlog)              
2.1  ความสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศและอินเทอร์เน็ต
                 

เทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นคำในภาษาไทย มาจากภาษาอังกฤษว่า Information Technology  มักเรียกโดยย่อๆ ว่า IT (อ่านว่าไอ-ที )     เทคโนโลยีสารสนเทศนั้นนับวันจะมีบทบาทต่อวิถีชีวิตของทุกคนบนโลกใบนี้าเราพิจารณาไปรอบๆอย่างถี่ถ้วน จะพบว่าในปัจจุบันพวกเราทุกคนล้วนแต่เกี่ยวข้องและพึ่งพาเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น การติดต่อสื่อสารด้วยระบบโทรศัทพ์ การรับรู้ข่าวสารและความบันเทิงจากสื่อต่างๆ ทั้งทางโทรทัศน์ วิทยุ หรือแม้แต่หนังสือพิมพ์ รวมทั้งระบบเศรษกิจและการเงินในปัจจุบันซึ่งต้องพึ่งพาเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นปัจจัยหลัก
        ข้อมูลที่บรรจุความรู้ ข่าวสาร ความบันเทิง ในรูปแบบต่างๆ กัน เช่น ข้อมูลในรูปของข้อความและตัวเลข ข้อมูลที่เป็นรูปภาพทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว หรือแม้กระทั่งข้อมูลในรูปแบบของเสียง เช่น คำพูด เสียงร้องหรือดนตรี นักเรียนได้พบเห็น สัมผัสในปัจจุบัน เหล่านี้ส่วนใหญ่ได้ถูกผลิตหรือจัดทำขึ้นมาด้วยวิธีการใด ถูกส่งต่อมายังนักเรียนผ่านช่องทางใด และท้ายสุดนักเรียน ได้รับข้อมูลข่าวสารเหล่านั้นด้วยวิธีการหรือเครื่องมือที่ใช้เทคโนโลยีใด
   

         เมื่อพิจารณาแล้วจะพบว่ามีอยู่หลายวิธีในการผลิตและการส่งผ่านข้อมูลดังกล่าว ไปตามช่องต่างๆ อย่างมากมาย รวมถึงการรับข้อมูลการแปลงข้อมูลเหล่านั้นให้อยู่ในรูปแบบที่มนุษย์เข้าใจได้ วิธีการเหล่านั้นไม่ได้เกิดมาจากธรรมชาติ แต่ได้ผ่านกระบวนการคิดค้น ทดลอง เปลี่ยนแปลงแก้ไข และพัฒนาอย่างต่อเนื่องมานับไม่ถ้วน เช่น ระบบโทรศัพท์มือถือในวันนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ หากไม่มีผู้คิดค้นระบบโทรศัพท์พื้นฐานและระบบวิทยุขึ้นมา และโทรศัพท์พื้นฐานที่ใช้ตามบ้านจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าหากไม่มีคนคิดค้นระบบโทรเลข ระบบโทรเลขจะเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าไม่มีคนค้นพบขั้วบวกและขั้วลบของไฟฟ้า และท้ายสุดหากมนุษย์ไม่ได้คิดค้นคำพูดและความหมายของคำ มนุษยชาติก็ไม่อาจสื่อสารและเพิ่มพูนความรู้ความสามารถได้มากเท่าปัจจุบันนี้ และอาจสูญสิ้นเผ่าพันธุ์ไปในที่สุด ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่า “เทคโนโลยี”คือกระบวนการคิดค้น ทดลอง เปลี่ยนแปลงแก้ไขและพัฒนาความรู้ วิธีการและเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ เพื่อจุดประสงค์ใดจุดประสงค์หนึ่งนั่นเอง
            ดังนั้นเทคโนโลยีต่างๆ ที่เกี่ยวข้องและส่งเสริมหรือเกื้อหนุนการสื่อสารของข้อมูลในรูปแบบและวิธีการต่างๆ จึงนับว่ามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการดำรงชีวิตอยู่ของมนุษยชาติทุกคน ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวในปัจจุบันเราเรียกว่า เทคโนโลยีสารสนเทศ  

          เทคโนโลยีสารสนเทศ จึงหมายถึง เทคโนโลยีที่ใช้เพื่อช่วยเอื้ออำนวยในการบันทึกข้อมูล จัดเก็บข้อมูล ประมวลผลข้อมูล รับและส่งข้อมูลในรูปแบบต่างๆ ซึ่งได้แก่ ข้อความ รูปภาพ และเสียง เป็นต้น เทคโนโลยีสารสนเทศจึงเป็นคำกว้างๆ ประกอบด้วยเทคโนโลยีด้านต่างๆ อย่างหลากหลาย โดยมีแกนหลักสำคัญประกอบด้วย เทคโนโลยีด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีด้านโทรคมนาคม

 

2.2  ข้อมูลเกี่ยวกับสื่อสังคม Social Media
                2.2.1  ความหมายของ Social Media
                                ความหมายของคำว่า Social Media นั้นคือเทคโนโลยีบนอินเทอร์เน็ตและการปฏิบัติอย่างหนึ่งที่ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตนั้นใช้เพื่อแบ่งปันเรื่องราว, ความคิดเห็น, ข้อมูล และประสบการณ์ต่างๆ ซึ่งกันและกัน ข้อมูลต่างๆ เหล่านี้สามารถสื่อผ่านได้ในหลายๆรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น ข้อความ, รูปภาพ หรือไฟล์วิดีโอ โดยผ่านทาง บล็อก, เว็บบอร์ดสนทนา, วิกิพีเดีย, RSS หรือแม้แต่ podcasts และเว็บไซต์ Social networking ต่างๆ เป็นต้น

หัวใจสำคัญของเว็บไซต์ Social Media นั้นก็คือการให้ความสามารถในการโต้ตอบกับผู้อื่นได้ เพื่อที่ก่อให้เกิดความรู้สึกมีส่วนร่วมและเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนออนไลน์ และผลลัพท์ที่เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะได้จากเว็บไซต์ Social Media เหล่านี้ก็คือจะทำให้เกิดกิจกรรมต่างๆ อยู่ตลอดเวลา เช่น การค้นหา, การแบ่งปัน หรือการแนะนำสินค้าหรือบริการ หรือแม้แต่ทำความรู้จักกับผู้คนใหม่ที่มีความสนใจในเรื่องเดียวกัน เป็นต้น และนี่คือสิ่งที่ทำให้เว็บไซต์ Social Media นั้นมีความเกี่ยวข้องกับการตลาดบนอินเทอร์เน็ต (Internet Marketing)

Social Media เป็นวิธีที่ดีในการโปรโมทเว็บไซต์ของคุณได้ด้วย Viral Marketing หรือ Word-of-Mouth Marketing ซึ่งเป็นการตลาดแบบปากต่อปาก นั้นก็หมายความว่าถ้าหากคุณทำให้ผู้คนที่อยู่ภายในเว็บไซต์ Social Media ทั้งหลายพูดถึงเว็บไซต์และสินค้าหรือบริการของคุณได้นั้น ก็จะทำให้การทำการตลาดผ่านทางช่องทางนี้เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด

                2.2.2  ประวัติความเป็นมาและพัฒนาการของ Social Media

                                ความหมายของคำว่า Social Media นั้นคือเทคโนโลยีบนอินเทอร์เน็ตและการปฏิบัติอย่างหนึ่งที่ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตนั้นใช้เพื่อแบ่งปันเรื่องราว, ความคิดเห็น, ข้อมูล และประสบการณ์ต่างๆ ซึ่งกันและกัน ข้อมูลต่างๆ เหล่านี้สามารถสื่อผ่านได้ในหลายๆรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น ข้อความ, รูปภาพ หรือไฟล์วิดีโอ โดยผ่านทาง บล็อก, เว็บบอร์ดสนทนา, วิกิพีเดีย, RSS หรือแม้แต่ podcasts และเว็บไซต์ Social networking ต่างๆ เป็นต้น

หัวใจสำคัญของเว็บไซต์ Social Media นั้นก็คือการให้ความสามารถในการโต้ตอบกับผู้อื่นได้ เพื่อที่ก่อให้เกิดความรู้สึกมีส่วนร่วมและเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนออนไลน์ และผลลัพท์ที่เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะได้จากเว็บไซต์ Social Media เหล่านี้ก็คือจะทำให้เกิดกิจกรรมต่างๆ อยู่ตลอดเวลา เช่น การค้นหา, การแบ่งปัน หรือการแนะนำสินค้าหรือบริการ หรือแม้แต่ทำความรู้จักกับผู้คนใหม่ที่มีความสนใจในเรื่องเดียวกัน เป็นต้น และนี่คือสิ่งที่ทำให้เว็บไซต์ Social Media นั้นมีความเกี่ยวข้องกับการตลาดบนอินเทอร์เน็ต (Internet Marketing)

Social Media เป็นวิธีที่ดีในการโปรโมทเว็บไซต์ของคุณได้ด้วย Viral Marketing หรือ Word-of-Mouth Marketing ซึ่งเป็นการตลาดแบบปากต่อปาก นั้นก็หมายความว่าถ้าหากคุณทำให้ผู้คนที่อยู่ภายในเว็บไซต์ Social Media ทั้งหลายพูดถึงเว็บไซต์และสินค้าหรือบริการของคุณได้นั้น ก็จะทำให้การทำการตลาดผ่านทางช่องทางนี้เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด

ประเภทของ Social Media

(1) Blog – ซึ่งเป็นการลดรูปจากคำว่า Weblog ซึ่งถือเป็นระบบจัดการเนื้อหา (Content Management System: CMS) รูปแบบหนึ่ง ซึ่งทำให้ผู้ใช้สามารถเขียนบทความเรียกว่า Post และทำการเผยแพร่ได้โดยง่าย ไม่ยุ่งยากในการที่จะต้องมานั่งเรียนรู้ถึงภาษา HTML หรือโปรแกรมทำ web site ทั้งนี้การเรียงของเนื้อหาจะเรียงจากเนื้อหาที่มาใหม่สุดก่อน จากนั้นก็ลดหลั่นลงไปตามลำดับของเวลา (Chronological Order) การเกิดของ Blog เปิดโอกาสให้ใครๆที่มีความสามารถในด้านต่างๆ สามารถเผยแพร่ความรู้ดังกล่าวด้วยการเขียนได้อย่างเสรี ไม่มีขีดจำกัดเรื่องเทคนิคอย่างในอดีตอีกต่อไป ทำให้เกิด Blog ขึ้นมาจำนวนมากมาย และเพิ่มเนื้อหาให้กับโลกออนไลน์ได้เป็นจำนวนมหาศาลอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน นอกจากนี้เครื่องมือที่สำคัญที่ทำให้เกิดลักษณะของ Social คือการเปิดให้เพื่อนๆเข้ามาแสดงความเห็นได้นั่นเอง

ในแง่ของการตลาด Blog อาจจะถูกนำมาใช้ได้ใน 2 รูปแบบ คือ การที่บริษัทจัดทำ Blog (Corporate Blog) ขึ้นมาเพื่อพูดจากับบรรดาลูกค้า และ Blog ที่เขียนจาก Blogger อิสระ ที่มีความสามารถเขียนเรื่องที่ตนถนัดและมีผู้ติดตามจำนวนมาก จนกลายเป็น Marketing Influencer

(2) Twitter และ Microblog อื่นๆ – เป็นรูปแบบหนึ่งของ Blog ที่จำกัดขนาดของการ Post แต่ละครั้งไว้ที่ 140 ตัวอักษร โดยแรกเริ่มเดิมที ผู้ออกแบบ Twitter ต้องการให้ผู้ใช้เขียนเรื่องราวว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่ในขณะนี้ (What are you doing?) แต่กิจการต่างๆกลับนำ Twitter ไปใช้ในทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างการบอกต่อ เพิ่มยอดขาย สร้าง Brand  หรือเป็นเครื่องมือสำหรับการบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า (CRM) ทั้งนี้เรายังสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการประชาสัมพันธ์บทความใหม่ๆบน Blog ของเราได้ด้วย Twitter นั้นเป็นนิยมขึ้นมากอย่างรวดเร็ว จนทำให้เว็บไซต์ประเภท Social Network ต่างๆ เพิ่ม Feature ที่ให้ผู้ใช้สามารถบอกได้ว่าตอนนี้กำลังทำอะไรกันอยู่ นั้นก็คือการนำ Microblog เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งด้วยนั้นเอง

(3) Social Networking – จากชื่อก็สามารถแปลความหมายได้ว่าเป็นเครือข่ายที่เชื่อมโยงเรากับเพื่อนๆจนกลายเป็นสังคม ทั้งนี้ผู้ใช้จะเริ่มต้นสร้างตัวตนของตนเองขึ้นในส่วนของ Profile ซึ่งประกกอบด้วยข้อมูลส่วนตัว (Info) รูป (Photo) การจดบันทึก (Note) หรือการใส่วิดีโอ (Video) และอื่นๆ นอกจากนี้ Social Networking ยังมีเครื่องมือสำคัญในการสร้างจำนวนเพื่อนให้มากขึ้น คือ ในส่วนของ Invite Friend และ Find Friend รวมถึงการสร้างเพื่อนจากเพื่อนของเพื่อนอีกด้วย

นักการตลาดนำ Social Networking มาใช้ในการมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า อาจจะอยู่ในรูปของการสร้าง Brand ผ่านเกมส์หรือ Application ต่างๆ หรืออาจใช้เป็นเครื่องมือของ CRM ผ่านทาง Pages และนอกจากนี้ตัวลูกค้าเอง หากชื่นชอบในสินค้าหรือบริการ ก็สามารถร่วมกลุ่มกันจัดตั้ง Group ขึ้นมาได้

เว็บไซต์ที่มีลักษณะของ Social Networking มีมากมาย แต่อาจจะแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ ประเภทแรกจะสนใจในการสร้างเครือข่ายระหว่างเพื่อนๆหรือครอบครัว เช่น Facebook, Hi5 หรือ Myspace และอีกประเภท คือสนใจในการสร้างเครือข่ายในเชิงธุรกิจ ที่เปิดให้ใส่ Resume และข้อมูลเชิงอาชีพต่างๆ เช่น Linkedin หรือ Plaxo เป็นต้น

(4) Media Sharing – เป็นเว็บไซต์ที่เปิดโอกาสให้เราสามารถ upload รูปหรือวิดีโอเพื่อแบ่งปันให้กับครอบครัว เพื่อนๆ หรือแม้กระทั่งเพื่อเผยแพร่ต่อสาธารณชน นักการตลาด ณ ปัจจุบันไม่จำเป็นจะต้องทุ่มทุนในการสร้างหนังโฆษณาที่มีต้นทุนสูง เราอาจจะใช้กล้องดิจิตอลราคาถูกๆ ถ่ายทอดความคิดเป็นรูปแบบวิดีโอ จากนั้นนำขึ้นไปสู่เว็บไซต์ Media Sharing อย่าง Youtube หากความคิดของเราเป็นที่ชื่นชอบ ก็ทำให้เกิดการบอกต่ออย่างแพร่หลาย หรือกรณีหากกิจการคุณขายสินค้าที่เน้นดีไซน์ที่สวยงาม ก็อาจจะถ่ายรูปแล้วนำขึ้นไปสู่เว็บไซต์อย่าง Flickr เพื่อให้ลูกค้าได้ชม หรืออาจจะใช้เป็นเครื่องมือในการนำชมโรงงาน หรือบรรยากาศในการทำงานของกิจการ เป็นต้น หรืออย่างกรณีของ Multiply ที่คนไทยนิยมนำรูปภาพที่ตนเองถ่ายมาแสดงฝีมือ เหมือนเป็นแกลลอรีส่วนตัว ทำให้ผู้ว่าจ้างได้เห็นฝีมือก่อนที่จะทำการจ้าง

(5) Social News and Bookmarking – เป็นเว็บไซต์ที่เชื่อมโยงไปยังบทความหรือเนื้อหาใดในอินเทอร์เน็ต โดยผู้ใช้เป็นผู้ส่งและเปิดโอกาสให้คะแนนและทำการโหวตได้ เป็นเสมือนมหาชนช่วยกลั่นกรองว่าบทความหรือเนื้อหาใดนั้นเป็นที่น่าสนใจที่สุด ในส่วนของ Social Bookmarking นั้น เป็นการที่เปิดโอกาสให้คุณสามารถทำการ Bookmark เนื้อหาหรือเว็บไซต์ที่ชื่นชอบ โดยไม่ขึ้นอยู่กับคอมพิวเตอร์เครื่องใดเครื่องหนึ่ง แต่สามารถทำผ่านออนไลน์ และเนื้อหาในส่วนที่เราทำ Bookmark ไว้นี้ สามารถที่จะแบ่งปันให้คนอื่นๆได้ด้วย นักการตลาดจะใช้เป็นเครื่องมือในการบอกต่อและสร้างจำนวนคนเข้ามายังที่เว็บไซต์หรือ Campaign การตลาดที่ต้องการ

(6) Online Forums – ถือเป็นรูปแบบของ Social Media ที่เก่าแก่ที่สุด เป็นเสมือนสถานที่ที่ให้ผู้คนเข้ามาพูดคุยในหัวข้อที่พวกเขาสนใจ ซึ่งอาจจะเป็นเรื่อง เพลง หนัง การเมือง กีฬา สุขภาพ หนังสือ การลงทุน และอื่นๆอีกมากมาย ได้ทำการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น แสดงข้อมูลข่าวสาร ตลอดจนถึงการแนะนำสินค้าหรือบริการต่างๆ นักการตลาดควนสนใจเนื้อหาที่พูดคุยใน Forums เหล่านี้ เพราะบางครั้งอาจจะเป็นคำวิจารณ์เกี่ยวกับตัวสินค้าและบริการของเรา ซึ่งเราเองสามารถเข้าไปทำความเข้าใจ แก้ไขปัญหา ตลอดจนถึงใช้สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า  เว็บไซต์ประเภท Forums อาจจะเป็นเว็บไซต์ที่เปิดให้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันโดยเฉพาะ หรืออาจจะเป็นส่วนหนึ่งในเว็บไซต์เนื้อหาต่างๆ

คุณจะใช้งานเว็บไซต์ Social Media เพื่อโปรโมทเว็บไซต์ของคุณได้อย่างไร?

วิธีที่จะโปรโมทเว็บไซต์นั้นง่ายที่จะเริ่มต้น ซึ่ง Emarketeer.in.th นั้นจะเสนอวิธีเบื้องต้นด้วยวิธีง่ายๆ 8 วิธีดังต่อไปนี้

1. สร้าง MySpace ส่วนตัว
MySpace (www.myspace.com) นั้นเป็นเว็บไซต์ social network ที่ใหญ่และเป็นที่รู้จักมากที่สุด โดยที่คุณสร้างข้อมูลส่วนตัวและทำการเชื้อเชิญเพื่อนหรือผู้ที่มีความสนใจแบบเดียวกับคุณมาที่ MySpace ของคุณ และเมื่อมีผู้คนเข้ามาอยู่ใน contact list ของคุณแล้วคุณก็สามารถเขียนเรื่องราวต่างๆที่จะสามารถเชื่อมโยงไปสู่เว็บไซต์ของคุณได้

การสร้าง MySpace ส่วนตัวของคุณนั้นง่ายและไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด เพียงแค่ไปที่ www.myspace.com และทำตามคำแนะนำที่ให้ในแต่ละขั้นตอน เขียนรายละเอียดอย่างคร่าวๆ เกี่ยวกับตัวคุณและคุณอาจจะลิงค์ไปที่ข้อมูลที่ละเอียดขึ้นบนเว็บไซต์ของคุณ

2. สร้างลิงค์ Add Bookmark สำหรับแต่ละบทความภายในเว็บไซต์
กิจกรรมหนึ่งของ Social Media นั้นก็คือความสามารถของแต่ละบุคคลที่สามารถจะมีรายชื่อเว็บไซต์ที่พวกเขาชื่นชอบ และผู้คนที่มีความสนใจในเรื่องที่คล้ายกันนั้นก็จะสามารถแบ่งปัน Bookmark กันได้ ถ้าหากเว็บไซต์ของคุณมีบทความหรือเนื้อหาแล้วละก็ พยายามทำให้บทความเหล่านั้นมีประโยชน์และน่าสนใจเพื่อที่จะทำให้ผู้อื่นเพิ่มเว็บไซต์หรือบทความของคุณไว้ใน Bookmark ได้โดยง่าย มีเว็บไซต์ที่ให้บริการ Social Bookmark อยู่มากมายและไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด

รายชื่อเว็บไซต์ Social Bookmark หลักๆ ที่คุณไม่ควรละเลยได้แก่
Digg – www.digg.com
Technorati – www.technorati.com
Del.icio.us – www.del.icio.us
Reddit – www.reddit.com

3. ใช้งาน RSS Feed
RSS ที่ย่อมาจาก Really Simple Syndication หรือ Rich Site Syndication ซึ่งเป็นเครื่องมือที่จะทำให้ผู้ใช้งานได้รับการแจ้งเตือนในทุกๆครั้งที่มีข้อมูลข่าวสาร หรือบทความใหม่ๆเพิ่มขึ้นบนเว็บไซต์ของคุณ ซึ่งจะทำให้ผู้เยี่ยมชมนั้นได้รับข่าวสารจากเว็บไซต์คุณได้อย่างทันเหตุการณ์

คุณสามารถกระจายข่าวสารของคุณผ่านทาง RSS ได้ใช้บริการจาก Feedburner (www.feedburner.com) จะทำให้คุณสามารถประหยัดเวลาในการจัดการ RSS ได้อย่างดี พร้อมทั้งเครื่องมือ Feed Analytics ซึ่งเป็นเครื่องมือวิเคราะห์ความสามารถของ RSS Feed ของคุณได้อย่างฟรีๆ อีกด้วย

4. ใช้งาน Email to a Friend
การทำให้ผู้เยี่ยมชมสามารถส่งอีเมล์บทความที่น่าสนใจให้กับเพื่อนๆ นั้นถึงแม้ว่าวิธีนี้ถึงจะมีการใช้งานกันมานานแล้ว แต่ว่ายังคงเป็นคอนเซ็ปต์ของคำว่า Social Media อยู่เช่นกัน และการเพิ่มเครื่องมือ Email to a friend บนเว็บไซต์ของคุณยังคงเป็นวิธีที่ยังมีประสิทธิภาพที่ดีอยู่เพราะฉะนั้นสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามอย่างยิ่ง

5. ใช้งานเว็บบอร์ด
การมีเว็บบอร์ดสนทนาบนเว็บไซต์ของคุณนั้นเป็นวิธีที่ดีในการสร้างชุมชนออนไลน์โดยที่เว็บไซต์ของคุณเป็นจุดศูยน์กลาง และผลที่จะได้รับจากการดูแลเว็บบอร์ดนั้นจะช่วยให้คุณเข้าใจความต้องการหรือความสนใจของผู้เยี่ยมชมได้เป็นอย่างดี

อย่างไรก็ตามข้อเสียของเว็บบอร์ดนั้นก็คือต้องอาศัยการจัดการเป็นอย่างดี คุณจะต้องยอมรับความคิดเห็นที่เป็นข้อเสีย ถ้าหากคุณหลีกเลี่ยงความคิดเห็นเหล่านั้นแล้วจะทำให้ผู้ใช้งานเว็บบอร์ดรู้สึกว่าเขาถูกเซ็นเซอร์และจะทำให้เว็บบอร์ดนั้นลดความน่าเชื่อถือลง และอีกข้อหนึ่งก็คือปัญหาเกี่ยวกับข้อความที่ไม่เหมาะสม หยาบคาย หรือการกระทำใดๆที่เป็นการสแปมเว็บบอร์ด เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะต้องใช้เวลาอย่างมากในการจัดการ เพราะฉะนั้นแล้วการใช้เว็บบอร์ดสนทนานั้นจะมีประสิทธิภาพก็ต่อเมื่อคุณมีเวลาที่จะจัดการมัน

6. จัดทำวิดีโอที่มีเนื้อหาที่เป็นประโยชน์
การจัดทำไฟล์วิดีโอที่แสดงถึงความเป็นผู้เชี่ยวชาญนั้นเป็นสิ่งที่ประสิทธิภาพในเชิงการตลาดมากเช่นเดียวกัน ยกตัวอย่างเช่น ถ้าหากเว็บไซต์ของคุณนั้นมีเนื้อหาเกี่ยวกับการขายสินค้าบน eBay คุณอาจจะสร้างวิดีโอที่เป็นการนำเสนอ “วิธีการปรับแต่งรูปภาพสินค้าเพื่อนำไปโพสต์บน eBay” ต้องอย่าลืมที่จะใส่ URL และชื่อเว็บไซต์ของคุณภายในส่วนหนึ่งส่วนใดของวิดีโอ เพื่อให้ผู้ชมนั้นเห็นได้โดยง่าย

เมื่อคุณสร้างไฟล์วิดีโอเสร็จแล้ว เว็บไซต์ที่คุณไม่อาจมองข้ามในการโปรโมทวิดีโอตัวนี้ก็คือ YouTube (www.youtube.com) และ Google Videos (http://video.google.com/)
และควรตั้งชื่อให้น่าสนใจเพื่อเป็นการดึงดูดความสนใจ

7. แชร์รูปภาพที่น่าสนใจให้ผู้อื่น

ถ้าหากคุณมีรูปภาพที่เกี่ยวกับเรื่องราวภายในเว็บไซต์ของคุณ โพสต์รูปภาพเหล่านั้นบนเว็บไซต์แชร์รูปภาพอย่างเช่น Flickr (www.flickr.com) และ  PhotoBucket (www.photobucket.com) ยกตัวอย่างเช่นถ้าหากเว็บไซต์ของคุณนั้นเกี่ยวกับแมวเปอร์เซีย คุณควรจะนำภาพเหล่านั้นไปโฟสต์เพื่อให้ผู้ที่สนใจอื่นๆค้นหา และตามลิงค์จากรูปภาพมาที่เว็บไซต์ของคุณได้

8. ใช้งานบล็อก
บล็อก (Blogs) นั้นเป็นก็เป็นรูปแบบของเว็บไซต์หนึ่งซึ่งเป็นลักษณะแบบเว็บไดอารี่ หรือใช้เพื่อเขียนข้อความเกี่ยวกับข่าวสาร แบบทันเหตุการณ์ ซึ่งคุณสามารถนำเอาบล็อกมาใช้กับเว็บไซต์ของคุณเพื่อสร้างทราฟฟิกเข้ามาที่เว็บไซต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าหากคุณมีเว็บไซต์ E-commerce และคุณได้จัดแคมเปนโปรโมชั่นลดราคาเพื่อส่งเสริมการขาย คุณสามารถทำได้อย่างง่ายดายด้วยการใช้บล็อกเป็นสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ที่มีประสิทธิภาพอย่างยิ่ง

การใช้งานบล็อกนั้นก็ไม่ยาก คุณสามารถดาวน์โหลดโปรแกรมบล็อกได้อย่างไม่เสียค่าใช้จ่ายได้ที่ WordPress (www.wordpress.com) หรือใช้งาน Free Blog Service อย่าง Blogger (www.blogger.com)

แม้ว่าในขณะนี้ Social Media อาจจะยังอยู่ในยุคเริ่มต้น แต่อย่างไรก็ตามภายในอนาคตอันใกล้นี้ Social Media จะมีบทบาทอย่างยิ่งในทุกๆภาคธุรกิจบนอินเทอร์เน็ตอย่างแน่นอน

 

          2.2.3 ประเภทเว็บไซต์ที่ให้บริการ  Social Media
 Blogs: Blogger, LiveJournal, TypePad, WordPress, Vox

Internet forums: vBulletin, phpBB

Micro-blogging: Twitter,Plurk, Pownce, Jaiku

Social networking: Avatars United, Bebo, Facebook, LinkedIn, MySpace, Orkut, Skyrock, Netlog, Hi5, Friendster, Multiply

Social network aggregation: FriendFeed, Youmeo

Events: Upcoming, Eventful, Meetup.com

 

 

2.3  เว็บบล็อก (WebBlog)
                2.3.1 ความหมายของเว็บบล็อก (WebBlog) 
                                เว็บล็อก (weblog) เป็นรูปแบบเว็บไซต์ประเภทหนึ่ง ซึ่งถูกเขียนขึ้นในลำดับที่เรียงตามเวลาในการเขียน ซึ่งจะแสดงข้อมูลที่เขียนล่าสุดไว้แรกสุด บล็อกโดยปกติจะประกอบด้วย ข้อความ ภาพ ลิงก์ ซึ่งบางครั้งจะรวมสื่อต่างๆ ไม่ว่า เพลง หรือวิดีโอในหลายรูปแบบได้ จุดที่แตกต่างของบล็อกกับเว็บไซต์โดยปกติคือ บล็อกจะเปิดให้ผู้เข้ามาอ่านข้อมูล สามารถแสดงความคิดเห็นต่อท้ายข้อความที่เจ้าของบล็อกเป็นคนเขียน ซึ่งทำให้ผู้เขียนสามารถได้ผลตอบกลับโดยทันที คำว่า “บล็อก” ยังใช้เป็นคำกริยาได้ซึ่งหมายถึง การเขียนบล็อก และนอกจากนี้ผู้ที่เขียนบล็อกเป็นอาชีพก็จะถูกเรียกว่า “บล็อกเกอร์”

บล็อกเป็นเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาหลากหลายขึ้นอยู่กับเจ้าของบล็อก โดยสามารถใช้เป็นเครื่องมือสื่อสาร การประกาศข่าวสาร การแสดงความคิดเห็น การเผยแพร่ผลงาน ในหลายด้านไม่ว่า อาหาร การเมือง เทคโนโลยี หรือข่าวปัจจุบัน นอกจากนี้บล็อกที่ถูกเขียนเฉพาะเรื่องส่วนตัวหรือจะเรียกว่าไดอารีออนไลน์ ซึ่งไดอารีออนไลน์นี่เองเป็นจุดเริ่มต้นของการใช้บล็อกในปัจจุบัน นอกจากนี้ตามบริษัทเอกชนหลายแห่งได้มีการจัดทำบล็อกของทางบริษัทขึ้น เพื่อเสนอแนวความเห็นใหม่ใหักับลูกค้า โดยมีการเขียนบล็อกออกมาในลักษณะเดียวกับข่าวสั้น และได้รับการตอบรับจากทางลูกค้าที่แสดงความเห็นตอบกลับเข้าไป เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์

เว็บค้นหาบล็อกเทคโนราตี ได้อ้างไว้ว่าปัจจุบันในอินเทอร์เน็ต มีบล็อกมีมากกว่า 94 ล้านบล็อกทั่วโลก [1](ข้อมูล ส.ค. 2550)

 

ความนิยม

บล็อกได้เริ่มมีบทบาทมากขึ้นในปัจจุบันในวงการสื่อมวลชนในหลายประเทศ เนื่องจากระบบแก้ไขที่เรียบง่าย และสามารถตีพิมพ์เรื่องราวได้โดยไม่ต้องใช้ความรู้ในการเขียนเว็บไซต์ โดยนอกเหนือจากที่ผู้เขียนข่าวส่งผลงานให้กับทางสื่อแล้ว ยังได้มาเขียนข่าวในอีกช่องทางหนึ่งในการเผยแพร่ข้อมูล หรือแนวความคิด โดยการเขียนบล็อกสามารถเผยแพร่ข้อมูลสู่ประชาชนได้รวดเร็วและเสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่า สื่อในด้านอื่น ข่าวที่นิยมในการเขียนบล็อกต่อสื่อมวลชน ส่วนใหญ่จะเป็นในลักษณะเรื่องซุบซิบวงการดารา ข่าวการเคลื่อนไหวทางการเมือง เป็นต้น

จากความนิยมที่มากขึ้น ทำให้หลายเว็บไซต์เปิดให้มีส่วนการใช้งานบล็อกเพิ่มขึ้นมาในเว็บของตนเอง เพื่อเรียกให้มีการเข้าสู่เว็บไซต์มากขึ้นทั้งผู้เขียนและผู้อ่าน

 

การใช้งานบล็อก

ผู้ใช้งานบล็อกจะแก้ไขและบริหารบล็อกผ่านทางเว็บเบราว์เซอร์เหมือนการใช้งานและอ่านเว็บไซต์ทั่วไป โดยจะมีรูปแบบบริหารบล็อกที่แตกต่างกัน เช่นบางระบบที่มีบรรณาธิการของบล็อก ผู้เขียนหลายคนจะส่งเรื่องเข้าทางบล็อก และจะต้องรอให้บรรณาธิการอนุมัติให้บล็อกเผยแพร่ก่อน บล็อกถึงจะแสดงผลในเว็บไซต์นั้นได้ ซึ่งจะแตกต่างจากบล็อกส่วนตัวที่จะให้แสดงผลได้ทันที

ผู้เขียนบล็อกในปัจจุบันจะใช้งานบล็อกในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งไม่ว่า ติดตั้งซอฟต์แวร์ของตัวเอง หรือใช้งานบล็อกผ่านทางเว็บไซต์ที่ให้บริการบล็อก

สำหรับผู้อ่านบล็อกจะใช้งานได้ในลักษณะเหมือนอ่านเว็บไซต์ทั่วไป และสามารถแสดงความเห็นได้ในส่วนท้ายของแต่ละบล็อกโดยอาจจะต้องผ่านการลงทะเบียนในบางบล็อก นอกจากนี้ผู้อ่านบล็อกสามารถอ่านบล็อกได้ผ่านระบบฟีด ซึ่งมีให้บริการในบล็อกทั่วไป ทำให้ผู้ใช้สามารถอ่านบล็อกได้โดยตรง ผ่านโปรแกรมตัวอื่นโดยไม่จำเป็นต้องเข้ามาสู่หน้าบล็อกนั้น

บล็อกซอฟต์แวร์

บล็อกซอฟต์แวร์ หรือ บล็อกแวร์ เป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้ในอินเทอร์เน็ต ในลักษณะของระบบจัดการเนื้อหาเว็บ ที่ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์และผู้เขียนหรือดูแลบล็อกจะแยกจากกันต่างหาก ส่งผลให้ผู้เขียนบล็อกสามารถใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องมีพื้นฐานความรู้ในด้านเอชทีเอ็มแอล หรือการทำเว็บไซต์แต่อย่างใด ทำให้ผู้เขียนบล็อกสามารถใช้เวลาส่วนใหญ่ในการ บริหารจัดการ เพิ่มเติม ข้อมูลและสารสนเทศแทนได้ นอกจากนี้บล็อกซอฟต์แวร์จะสนับสนุน ระบบ WYSIWYG ซึ่งทำให้ง่ายต่อการเขียน และอาจเพิ่มเติมการมีเทมเพลตในหลายแบบให้เลือกใช้

ซอฟต์แวร์ส่วนใหญ่สามารถดาวน์โหลดและติดตั้งได้ทันทีโดยผู้ใช้ ซึ่งซอฟต์แวร์บางส่วนเป็นซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ที่ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ซึ่งผู้พัฒนาสามารถนำมาปรับแก้ เป็นของตนเอง ติดตั้งไว้ใช้เป็นบล็อกส่วนตัว หรือเผยแพร่ให้คนอื่นมาใช้งานได้ ส่วนซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์นั้น จะมีทั้งในรูปแบบที่ให้ใช้งานแบบเสียค่าใช้จ่ายหรือให้ใช้งานฟรี

 

 

 

 

 

                2.3.2 ประเภทของเว็บบล็อก

       บล็อกมีด้วยกันหลายชนิด แต่ละชนิดมีข้อมูลที่แตกต่างกันไปทั้งผู้เขียนและผู้เข้าชม โดยบล็อกจะเน้นไปที่เรื่องต่างๆ เช่น learner blogs, political blogs, travel blogs, fashion blogs, project blogs,legal blogs และอื่นๆบล็อกที่เราเห็นอยู่ในปัจจุบันนี้ ใช่มีเพียงแค่บล็อกที่เป็นตัวหนังสือและรูปภาพเท่านั้น หรือ มีแค่ออนไลน์ไดอารี่ เราแบ่งบล็อกออกได้ ดังต่อไปนี้

1. แบ่งตามลักษณะของมีเดียที่มีในบล็อกได้แก่

1.1. Linklog บล็อกแบบเป็นบล็อกรุ่นแรก ๆ ที่รวมลิ๊งก์ที่เจ้าของบล็อกสนใจเอาไว้ แม้ว่าจะบล็อกแบบนี้จะเป็นการรวมลิ๊งก์เท่านั้น แต่ก็ไม่เรียงเหมือนว็บไดเร็กทอรี่ เพราะเจ้าของบล็อกจะโพสต์ลิ๊งก์ของเขา 1 – 2 ลิ๊งก์ต่อโพสต์เท่านั้น

1.2 Photoblog  บล็อกประเภทนี้เน้นโพสต์ภาพถ่ายที่เจ้าของบล็อกอยากนำเสนอ และมักจะไม่เน้นเขียนข้อความมากนัก

1.3. Vlog ย่อมาจาก Videoblog เป็นบล็อกที่รวมวิดีโอคลิปไว้ในบล็อก Vlog เป็นบล็อกที่เรียกได้ว่าเป็นบล็อกที่นิยมทำกันมากในอนาคต เพราะการเจริญเติบโตของไฮสปีด อินเตอร์เน็ต หรือ อินเตอร์เน็ตบอร์ดแบนด์ ที่ทำให้การถ่ายทอดเสียง ภาพเคลื่อนไหว movie

 

2.แบ่งตามประเภทเนื้อหา ได้แก่

2.1 บล็อกส่วนตัว(Personal Blog) นำแสนอความคิดเห็น กิจวัตรประจำวันของเจ้าของบล็อกเป็นหลัก

2.2 บล็อกข่าว(News Blog) บล็อกที่นำเสนอข่าวเป็นหลัก

2.3 บล็อกกลุ่ม(Collaborative Blog) เป็นบล็อกที่เขียนกันเป็นกลุ่ม เช่น blognone.com

2.4 บล็อกการเมือง(Politic Blog) ว่าด้วยเรื่องการเมืองล้วน ๆ

2.5 บล็อกเพื่อสิ่งแวดล้อม(Environment Blog) พูดถึงเรื่องราวของธรรมชาติและการรักษาสิ่งแวดล้อม

2.6 มีเดียบล็อก(Media Blog) เป็นบล็อกที่วิเคราะห์สื่อต่างๆ สารคดีและสิ่งที่เกี่ยวกับสื่อ เช่น oknation.net/blog/black ของสุทธิชัย หยุ่น

2.7 บล็อกบันเทิง(Entertainment Blog) บล็อกที่นำเสนอเรื่องราวบันเทิงทั้งทางจอแก้ว และจอเงิน เรื่องซุบซุดารา กองถ่าย ฯลฯ

2.8 บล็อกเพื่อการศึกษา(Educational Blog) ในโรงเรียน หรือมหาวิทยาลัยในต่างประเทศมักจะใช้บล็อกเป็นสื่อในการสอนหรือ แลกเปลี่ยนความคิดกัน

2.9 ติวเตอร์บล็อก(Tutorial Blog) เป็นบล็อกที่นำเสนอวิธีการต่าง

 

3.แบ่งตามรูปแบบของเนื้อหาเฉพาะที่เห็นเด่นชัด

3.1 Filter Blog เป็นบล็อกที่ผู้จัดทำ จะใช้สำหรับนำเสนอแหล่งข้อมูลที่ตนสนใจ (เว็บเพจหรือเว็บไซต์) โดยปกติมักจะเป็นข่าว บทความ หรือความคิดเห็นของบุคคลในวงการที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ต่าง ๆ อาจเรียกได้ว่า เป็น บล็อก “Bookmark” หรือ มีชื่อเฉพาะ ว่า Social Bookmarkบล็อกลักษณะนี้ จะนำเสนอแค่หัวข้อเรื่อง และ URL ของเว็บเพจหรือเว็บไซต์ บางทีอาจเพิ่มคำอธิบายเว็บเพจหรือเว็บไซต์นั้น ๆ ได้ด้วย และบางที่อาจจะสามารถเพิ่มความคิดเห็นของผู้จัดทำบล็อกได้อีกด้วย เป็นเหมือนการกลั่นกรองข้อมูลให้ทราบว่าเว็บเพจหรือเว็บไซต์ใดกำลังได้รับความนิยม ซึ่งจะเป็นการช่วยจัดลำดับความน่าเชื่อถือของเว็บเพจหรือเว็บไซต์นั้น ๆ ได้เช่นกัน ตัวอย่างบล็อกลักษณะนี้ได้แก่ http://del.icio.us/ เป็นต้น

3.2 Personal Journal Blog เป็นบล็อกที่ผู้จัดทำ จะใช้สำหรับนำเสนอความคิดเห็นหรือประสบการณ์ของตนเองผ่านข้อเขียน โดยอาจจะมีภาพประกอบ หรือมีการเชื่อมโยงออกไปยังเว็บไซต์อื่น ๆ เพื่อให้ข้อมูลดูน่าเชื่อถือหรือมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น ซึ่งบล็อกลักษณะนี้ เป็นบล็อกตามความเข้าใจของบุคคลทั่วไป ตัวอย่างบล็อกลักษณะนี้ได้แก่ http://www.exteen.comหรือ http://www.blogger.com เป็นต้น

3.3 Photo Blog เป็นบล็อกที่ใช้สำหรับเก็บภาพ (ภาพถ่าย, ภาพวาด ฯลฯ) และสามารถใส่รายละเอียดของภาพ ใส่คำค้น (tag) ได้ ทำให้การเก็บภาพเป็นระบบและง่ายต่อการค้นหามากขึ้น ตัวอย่างบล็อกลักษณะนี้ได้แก่ http://www.flickr.com เป็นต้น

3.4 Video Blog หรือ เรียกว่า Vlog เป็นบล็อกที่ใช้สำหรับเก็บวีดิทัศน์ส่วนตัว สามารถใส่รายละเอียดของวีดิทัศน์ ใส่คำค้น (tag) ได้ ทำให้การเก็บวีดิทัศน์เป็นระบบและง่ายต่อการค้นหามากขึ้น ตัวอย่างบล็อกลักษณะนี้ได้แก่ http://www.aolvideoblog.com เป็นต้น

3.5 บล็อกผสม มีลักษณะเป็นบล็อกที่สามารถเก็บข้อมูลต่าง ๆ ได้หลายประเภท ทั้งเก็บรูปภาพ เก็บเพลง เก็บวีดิโอ เก็บลิงค์ (link) ต่าง ๆ หรือบันทึกประจำวัน และใส่ปฏิทินรายการงานที่ต้องทำ ฯลฯ ได้ด้วย ปัจจุบันเป็นบริการที่ได้รับความนิยมสูงมาก โดยมีชื่อเฉพาะด้วย เรียกว่าSocial Network Service ซึ่งนอกจากจะมีจุดประสงค์เพื่อให้สมาชิกแลกเปลี่ยนข้อมูลต่าง ๆ กันแล้ว ก็ยังมีจุดประสงค์หลักเพื่อการค้นหาและสะสมเพื่อนจากทั่วโลก ตัวอย่าง Social NetworkingWebsites ซึ่งให้บริการลักษณะนี้ ได้แก่ http://hi5.com หรือ http://multiply.com หรือhttp://spaces.live.com เป็นต้น (ซึ่งปัจจุบัน คำว่า blog ใน Social Networking Websites นั้นจะกลายเป็นแค่ส่วนที่ใช้เขียนข้อความเช่นบันทึกประจำวันแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น และยังอาจใช้คำว่า journal แทนคำว่า blog ด้วย แต่เนื่องจากบริการนี้ เป็นการรวมเอาบล็อกลักษณะต่าง ๆที่เคยมี มาอยู่ในที่เดียว ทำให้ผู้ใช้งานได้รับความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น เพราะเพียงแค่เปิดใช้บริการที่เดียว ก็ได้ใช้บริการครบถ้วน ไม่ต้องเสียเวลาไปสมัครใช้งานจาก เว็บไซต์หลายที่ให้จดจำยากอีกด้วย)

 

ตัวอย่างเว็บบล็อก

1.Bloggang

 

 

แหล่งชุมชน ชาวบล็อก ที่ชอบ สิงสถิตย์ ในเว็บ พันธุ์ทิพย์ มีเว็บ บล็อกมากที่สุดในเวลานี้ แบ่งเป็น หมวดหมู่ หลากหลายประเภท 

 2 .Gotoknow

 

 

บล็อกชุมชน ของ สถาบัน ส่งเสริม การจัดการ ความรู้ เพื่อสังคม มีคณาจารย์ และ ผู้ชำนาญการ ร่วมกัน มาเขียนบล็อก ถ่ายทอดวิชา

 3. DiaryHub

 

 

แหล่งชุมชน นักเขียนไดอารี แห่งแรก ของประเทศไทย

    4. Blogger 

 

 

ต้นกำเนิด เว็บบล็อก ต่างประเทศ ที่มีคนใช้มากที่สุด ในโลก 

 5. OKnation BLog 

 

 

 

บล็อกนักข่าวอาสาสมัคร ของ เดอะเนชั่น รายงานข่าว เกาะติด สถานการณ์ ทุกเรื่องราวในสังคม

6.  Exteen

 

 

 

ชุมชน บล็อกวัยทีน หน้าตา น่ารัก น่าใช้ เขียนง่าย สมัครฟรี เป็นที่นิยม ในหมู่วัยรุ่น วัยมัน พันธุ์ใหม่ 

7. Window Live Spaces 

 

 

 

เว็บสเปซ ของค่ายไมโครซอฟท์ ที่ชาว msn นิยมเล่น 

 8. Keng 

 

 

 

บล็อกเก่ง เป็น Event Blog นำเสนอ ความรู้ เรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับ Blog 

 

 

 9. Bird FC

 

 

เว็บสำหรับ แฟนคลับ เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย นักร้องซูเปอร์สตาร์ 

10. คาราบาว 

 

 

 

โฮมเพจ คาราบาว เว็๋บไซต์ วงดนตรี เพื่อชีวิต อันโด่งดังตลอดกาล 

11. tureLife

 

 

 

ชุมชนบล็อกแห่งใหม่ ของ คน รุ่นใหม่ ที่ต้องการสิ่งใหม่ๆ 

 12. DiaryClub

 

 

 

รวมบล็อกคนไทย แบ่งเป็นกลุ่ม มี ทั้ง คลิปวิดีโอ ข่าว บันเทิง ฯลฯ 

 13. M Blog

 

เว็บบล็อก ของผู้จัดการ เปิด มิติใหม่ ให้ โอกาสให้ ผู้เขียน บล็อก ก้าวสู่ การเป็น เจ้าของ หนังสือที่ ตัวเอง เขียนขึ้น จากบล็อก สู่ บุ๊ค 

 14. Yahoo Geocities 

 

 

 

สุดยอดของฟรี ที่ให้บริการ พื้นที่ สร้างโฮมเพจฟรี ที่ใครๆก็เคยใช้ 

 15. โชว์เด็ด

 

 

บล็อกวาไรตี้ ที่ให้คุณ แสดงภาพ หรือ คลิปวิดีโอ แสดงความคิด ตาม ต้องการ และถ้าบล็อกใด โชว์เด็ด โชว์ดี มีรางวัลให้ 

16. StoryThai

 

 

 

ศูนย์รวม ของ ผู้รัก การอ่าน และ เขียน ถ่ายทอด เรื่องราว 

 17. Mthai Blog 

 

 

 

ชุมชนบล็อกวาไรตี้ ที่มี คนเข้ามา ใช้ บริการมากแห่งหนึ่ง 

18. Sanook Blog 

 

 

ชุมชนบล็อกแห่งใหม่ ของ คน รุ่นใหม่ ที่ต้องการสิ่งใหม่ๆ 

 19. Technorati

 

 

 

รวบรวม ค้นหา Blog จากทั่วโลก แบ่งแยกเป็นหมวดหมู่ จัดอันดับ 

 20. ThaiBlog

 

 

สารบัญบล็อกไทย รวบรวมบล็อก ดีๆ สำหรับคนไทย แบ่งเป็นหมวดหมู่ 

 

 

 

 

                2.3.3 เว็บไซต์ที่ให้บริการเว็บบล็อก

                http://www.blogger.com

http://www.exteen.com

http://www.mapandy.com

http://www.buddythai.com

http://www.imigg.com

http://www.5iam.com

http://www.blogprathai.com

http://www.ndesignsblog.com

http://www.idatablog.com

http://www.inewblog.com

http://www.onblogme.com

http://www.freeseoblogs.com

http://www.sumhua.com

http://www.diaryi.net

http://www.istoreblog.com

http://www.skypream.com

http://www.thailandspace.com

http://www.sungson.com

http://www.gujaba.com

http://www.sabuyblog.com

http://www.ugetblog.com

http://www.jaideespace.com

http://www.maxsiteth.com

http://www.my2blog.com

2.3.4 ประวัติของเว็บไซต์ WordPress

เว็บไซต์นี้ จะแนะนำถึงวิธี การใช้ WordPress ตั้งแต่พื้นฐานเริ่มต้น ไปจนถึงการเพิ่มเทคนิคลูกเล่นต่าง ๆ แต่ก่อนที่จะไปเรียนรู้กัน เราควรมารู้จักก่อนว่า WordPress คือ อะไร

WordPress คือ โปรแกรมสำเร็จรูปตัวหนึ่ง ที่เอาไว้สำหรับสร้าง บล็อก หรือ เว็บไซต์ สามารถใช้งานได้ฟรี ถูกจัดอยู่ในประเภท CMS (Contents Management System) ซึ่งหมายถึง โปรแกรมสำเร็จรูปที่มีไว้สำหรับสร้างและบริหารจัดการเนื้อหาและข้อมูลบนเว็บไซต์

WordPress ได้รับการพัฒนาและเขียนชุดคำสั่งมาจากภาษา PHP (เป็นภาษาโปรแกรมมิ่งตัวหนึ่ง) ทำงานบนฐานข้อมูล MySQL  ซึ่งเป็นโปรแกรมสำหรับจัดการฐานข้อมูล มีหน้าที่เก็บ เรียกดู แก้ไข เพิ่มและลบข้อมูล  การใช้งาน WordPress ร่วมกับ MySQL อยู่ภายใต้สัญญาอนุญาตใช้งานแบบ GNU General Public License

WordPress ปรากฏโฉมครั้งแรกในโลกเมื่อปี พ.ศ. 2546 (2003) เป็นความร่วมมือกันระหว่าง Matt Mullenweg และ Mike Littlej มีเว็บไซต์หลักอยู่ที่ http://wordpress.org และยังมีบริการ Free Hosting (พื้นที่สำหรับเก็บทุกอย่างของเว็บ/บล็อก) โดยขอใช้บริการได้ที่ http://wordpress.com

ปัจจุบันนี้ WordPress ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนมีผู้ใช้งานมากกว่า 200 ล้านเว็บบล็อกไปแล้ว แซงหน้า CMS ตัวอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น Drupal , Mambo และ Joomla สาเหตุเป็นเพราะ ใช้งานง่าย ไม่จำเป็นต้องมีความรู้ในเรื่อง Programing มีรูปแบบที่สวยงาม อีกทั้งยังมีผู้พัฒนา Theme (รูปแบบการแสดงผล) และ Plugins (โปรแกรมเสริม) ให้เลือกใช้ฟรีอย่างมากมาย

นอกจากนี้ สำหรับนักพัฒนา WordPress ยังมี Codex เอาไว้ให้เราได้เป็นไกด์ไลน์ เพื่อศึกษาองค์ประกอบส่วนต่าง ๆ ที่อยู่ภายใน สำหรับพัฒนาต่อยอด หรือ นำไปสร้าง Theme และ Plugins ขึ้นมาเองได้อีกด้วย หนำซ้ำ ยังมีรุ่นพิเศษ คือ WordPress MU สำหรับไว้ให้ผู้นำไปใช้ สามารถเปิดให้บริการพื้นที่ทำเว็บบล็อกเป็นของตนเอง เพื่อให้ผู้อื่นมาสมัครขอร่วมใช้บริการในการสร้างเว็บบล็อก ภายใต้ชื่อโดเมนของเขา หรือที่เรียกว่า Sub-Domain

จากที่ได้เกริ่นนำไปในบทความนี้ คงจะทำให้รู้จัก และได้ทราบประวัติความเป็นมา รวมถึงความหมายกันไปบ้างแล้วว่า WordPress คือ อะไร ในบทความหน้า เราจะได้เริ่มเรียนรู้ถึงรูปแบบ และวิธีการใช้งาน ไปจนถึงการเพิ่มลูกเล่นต่าง ๆ ต่อไป

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: